เครื่องผลิตออกซิเจน dedakj

หลายๆ คนที่ต้องดูแลคุณพ่อคุณแม่ หรือผู้สูงอายุที่บ้านที่มีอาการเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ หรือปอด ก็มักจะได้รับคำแนะนำจากคุณหมอว่า ให้ซื้อเครื่องผลิตออกซิเจนมาไว้ใช้ที่บ้าน แต่คำถามก็คือ จะเลือกยี่ห้อไหนดี?

ผมเองก็เป็นคนนึงที่มีความจำเป็นต้องซื้อเครื่องผลิตออกซิเจนมาให้คุณแม่ใช้ที่บ้าน และหลังจากหาข้อมูลมาพอสมควร ก็สามารถสรุปได้ว่าไม่จำเป็นต้องซื้อเครื่องผลิตออกซิเจนที่มีขนาดใหญ่มากนัก เนื่องจากอาการไม่รุนแรง และสุดท้ายก็ได้ตัดสินใจสอยยี่ห้อ DEDAKJ นี้มาจากร้านนึงใน Shopee ที่ราคาประมาณ 9000 บาท และในโพสนี้ผมจะมารีวิวแกะกล่องให้ดูกันครับ

สเปค

DEDAKJ (อ่านว่า ดี ดัก เจ เข้าใจว่าเป็นภาษาเยอรมัน แต่สุดท้ายก็ผลิตในจีนอยู่ดี 555) เครื่องนี้จะเป็นรุ่นเล็กสุด ผลิตออกซิเจนได้ เข้มข้นสูงถึง 92% ที่ 1 ลิตรต่อนาที ซึ่งสามารถปรับความแรงพัดลมสูงสุดได้ถึง 8 ลิตรต่อนาที แต่ความเข้มของออกซิเจนก็จะลดลงตามไปด้วย ตามกราฟข้างล่างนี้ครับ

รีวิวเครื่องผลิตออกซิเจน กี่ลิตร

ซึ่งถ้าไม่ได้มีอาการป่วยหนักมาก ปอดยังทำงานได้อยู่ เครื่องเล็กขนาดนี้ก็เพียงพอแล้วครับ นอกจากนี้ คนทั่วไป ที่แม้จะไม่ได้ป่วย แต่มีอาการเหนื่อยอ่อนล้าจากการทำงานหนัก ออกกำลังกายหนักเกิน หรือมีความเครียดสะสม ก็สามารถใช้ได้เหมือนกัน

สำหรับตัวเครื่องจะมีน้ำหนัก 6.5 kg กินไฟประมาณ 120W มีระบบฆ่าเชื้ออากาศด้วยแสง UV และประจุลบ รวมถึงไส้กรองอากาศในตัวที่ถอดล้างได้ ขณะทำงานจะมีเสียงดังประมาณ 40dB ซึ่งถือว่าค่อนข้างเงียบ

แกะกล่อง

หน้าตากล่องของ DEDAKJ จะประมาณนี้ ส่วนกล่องเล็กๆ ข้างบนนั่นคือ Oximeter หรือเครื่องวัดออกซิเจน SpO2 ปลายนิ้วที่สั่งมาด้วย

รีวิวเครื่องผลิตออกซิเจน dedakj

รีวิวเครื่องผลิตออกซิเจน dedakj

ในกล่องนอกจากตัวเครื่องแล้ว จะมีสายออกซิเจนที่ทำจาก Silicone แบบ Food Grade พร้อมกระเปาะดักละอองน้ำ หัวปล่อยออกซิเจน 2 แบบ รีโมทควบคุม คู่มือ และไส้กรองอากาศสำรอง

เครื่องผลิตออกซิเจน dedakj

สิ่งที่ผมชอบมากที่สุดก็คือ Design ของเครื่องนี้ ทำได้ Minimal และดูดีกว่ายี่ห้ออื่นๆ โดยเฉพาะถังเก็บน้ำที่มีไว้เพื่อเติมความชื้นให้กับอากาศที่ปล่อยออกมานั้น ได้ถูกออกแบบให้เป็นส่วนเดียวกันกับตัวเครื่องไปเลย ในขณะที่ยี่ห้ออื่นๆ จะเป็นถ้วยน้ำแยกออกมาพร้อมสายอากาศรุงรัง

ด้านหลังจะเป็นช่องดูดอากาศเข้า สวิทช์เปิดปิดเครื่อง และไส้กรองอากาศ

เราสามารถถอดไส้กรองออกมาล้างน้ำได้ และทางโรงงานได้ให้ไส้กรองสำรองมาให้ด้วย 1 อัน

นอกจากนี้ด้านหลัง ยังมีที่ช่องเก็บของอีกด้วย เอาไว้เก็บพวกสายและหัวปล่อยออกซิเจนในเวลาที่เราขนย้าย อันนี้ถือว่าคำนึงถึงผู้ใช้ดีมาก

การใช้งาน

หลังจากเปิดสวิทช์เครื่องด้านหลัง แล้วกดปุ่ม On หน้าจอก็จะสว่างขึ้น โดยจะมีข้อมูลก็คือ

  • Flow หรือปริมาณการไหลของอากาศ
  • Purity หรือความเข้มข้นของ Oxygen
  • Total Time หรือจำนวนชั่วโมงที่เครื่องได้ทำงานไปแล้วทั้งหมด (ตั้งแต่ซื้อเครื่อง)
  • ส่วนเลข 000 นั่นเป็นจำนวนนาทีที่เหลืออยู่ ถ้าเราตั้งเวลาเปิดปิดเอาไว้
  • Anion หรือการปล่อยประจุลบ สามารถเปิดปิดได้
  • Fan คือสถานะการทำงานของพัดลม ฟลังจากกดปิดเครื่อง พัดลมจะยังทำงานต่อไปอีกสัก 1 นาทีเพื่อไล่ความชื้น ไฟนี้ก็จะติดอยู่สักพักแล้วค่อยดับ

สำหรับปุ่มควบคุมก็จะมีดังนี้

  • On/Off เปิดปิดเครื่อง
  • Gear เร่งความแรงของพัดลม
  • Time +/- ใช้ตั้งเวลาเปิดปิดเครื่อง
  • Anion เปิด/ปิดการปล่อยประจุลบ
  • SOS เมื่อกด จะมีเสียงดังๆ ออกมาทางลำโพง ใช้สำหรับผู้ป่วยที่ต้องการขอความช่วยเหลือ

หัวปล่อยออกซิเจนที่ให้มาจะมี 2 แบบ แบบแรกก็คือแบบคาดหัว และมีก้านหัวปล่อยเล็กๆ แบบดัดได้ แบบนี้จะใส่สบายที่สุด เหมาะสำหรับใส่เวลาปกติ หรือมีอาการป่วยไม่มาก

รีวิวเครื่องผลิตออกซิเจน ยี่ห้อไหนดี

แบบที่สองจะเป็นแบบสอดจมูก แบบที่เราเห็นทั่วไปในโรงพยาบาล แบบนี้จะเกะกะหน่อย แต่ได้ออกซิเจนเต็มๆ

รีวิวเครื่องผลิตออกซิเจน ยี่ห้อไหนดี

เมื่อกดเร่งพัดลม จะเห็นว่า ความเข้มข้นของออกซิเจนจะลดลง

ถังน้ำเพื่อเพิ่มความชื้นจะมีหลอด UV เพื่อฆ่าเชื้อด้วย

สรุป

คะแนนรวม

เครื่องวัดออกซิเจนปลายนิ้ว

DEDAKJ ถือเป็นเครื่องผลิตออกซิเจนราคาถูก แต่มีคุณภาพเกินราคา หลังจากลองใช้งานแล้ววัดค่า SpO2 ก็พบว่าขึ้นมาจริง หน้าจอสัมผัสใช้งานง่าย ตัวเลขใหญ่คนแก่มองได้ชัดเจน Design สวย ข้อเสียอย่างเดียวคืออาจจะกำลังน้อยไปหน่อยเพียงแค่ 1 ลิตรต่อนาที ไม่เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่มีอาการหนัก

อย่าลืมติดตามบทความจากบล็อกนี้จากได้ทาง Facebook Page บล็อกนายช่าง และกด Like กด Share เพื่อเป็นกำลังใจให้ผมมีแรงทำบล็อกนี้ต่อไปด้วยนะครับ